Milestone 500,000 กิโลเมตร

Milestone 500,000 กิโลเมตร

นักแสดงนำ:ซูวินเดอร์ วิคกี,ลักชวีร์ ซารัน,โมฮินเดอร์ กุจราล
The Little Things สืบลึกปลดปมฆาตกรรม
เรื่องย่อ The Little Things สืบลึกปลดปมฆาตกรรม หนังเล่าเรื่องราวของรองนายอำเภอประจำเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในแคลิฟอร์เนีย ที่ถูกส่งมารับข้อมูลและพยานหลักฐานที่นครลอสแองเจลิส แต่ปรากฏว่าเขากลับถลำลึกเข้าไปพัวพันกับคดีที่ตำรวจในเมืองก็พยายามคลี่คลายอยู่เช่นเดียวกัน นั่นก็คือฆาตกรต่อเนื่องปริศนา ที่ออกเข่นฆ่าหญิงสาวหลายรายในช่วงระยะหลายเดือนที่ผ่านมา และสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวเมืองเป็นอย่างมาก โดยคดีที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เขานึกสะกิดใจไปถึงอดีต กับคดีคล้ายๆ กันที่เคยร่วมปฏิบัติการ The Little Things ก็ถือว่าเป็นหนังสืบสวนที่ทำออกมาได้เข้มข้นและสนุกในระยะหนึ่ง เพียงแค่ว่าลำดับการเล่าเรื่องค่อนข้างจะเอือยไปสักหน่อย หลายๆ องค์ประกอบสามารถทำให้มีความกระชับได้มากกว่า แต่หนังก็มอบผลลัพธ์ในบทสรุปที่ค่อนข้างหักมุมระดับหนึ่ง กับประเด็นตามชื่อเรื่อง...สิ่งเล็กน้อย ที่กลายเป็นผลกระทบที่ยิ่งใหญ่และเป็นข้อคิดที่ถูกทิ้งท้ายเอาไว้ในคนดูเก็บไปคิดต่อได้เช่นกัน ผู้กำกับ: จอห์น ลี แฮนคอก นำแสดงโดย: เดนเซล วอชิงตัน, รามิ มาเลก, จาเรด เลโต
สวยสามส่วน Tribhanga - Tedhi Medhi Crazy
ผู้กำกับ: เรนูกา ชาฮาเน การถ่ายภาพยนตร์: บาบา อาซมิ บทภาพยนตร์: เรนูกา ชาฮาเน บริษัทที่ผลิต: กลุ่มแบนิเจย์, Ajay Devgn FFilms เรื่องย่อ : สวยสามส่วน Tribhanga - Tedhi Medhi Crazy เมื่อแม่ผู้ห่างเหินตกอยู่ในอาการโคม่า แม่ลูกติดที่สร้างฐานะด้วยตัวเองต้องเผชิญกับทั้งความเสียใจและขุ่นเคืองใจ หลังจากทบทวนความหมางเมินที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับแม่
กู้ซาก (The Dig)
ผู้กำกับ: ไซมอน สโตน เรื่องโดย: จอห์น เพรสตัน บทภาพยนตร์: มอร์รา บัฟฟินี่ ประพันธ์ดนตรีโดย: สเตฟาน เกร็กกอรี่ The Dig เล่าถึงหญิงหม้ายมีฐานะที่ต้องการว่าจ้างนักโบราณคดีมาสำรวจที่ดินที่เธอและสามีผู้ล่วงลับซื้อเก็บไว้ เพราะเชื่อว่าพื้นที่บริเวณนี้มีเศษซากอารยธรรมหลงเหลืออยู่ ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่คุกรุ่นวุ่นวาย ในยามที่อังกฤษกำลังจะเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 และการดำเนินการต่าง ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศจะต้องหยุดชะงักลง หนังเรื่องนี้ได้นักแสดงมากฝีมือจากฝั่งอังกฤษมารวมตัวกันคับคั่ง ทั้ง แครี มัลลิแกน จาก An Education, Never Let Me Go, The Great Gatsby, Suffragette, Mudbound และ Wildlife กับบทผู้หญิงหัวหน้าครอบครัวที่เชื่อในความเชี่ยวชาญของนักโบราณคดีที่อาศัยประสบการณ์จริงหาความรู้ให้ตัวเอง และ เรล์ฟ ไฟนส์ จาก Schindler's List, The English Patient, The Grand Budapest Hotel และแน่นอนกับบท ลอร์ดโวลเดอมอร์ ในแฟรนไชส์ Harry Potter ที่หลายคนติดตา ซึ่งคราวนี้เขารับบทนักโบราณคดีสาย Street Smart ที่เก่งกาจพอตัว แต่ไม่ได้รับการยอมรับในวงวิชาการเท่าไหร่ นอกจาก The Dig จะพูดถึงการค้นพบหลุมศพเก่าแก่ที่เรียกว่า สุสานหลวงซัตตันฮู (Sutton Hoo) แล้ว ยังแต่งเติมเส้นเรื่องรองเป็นความโรแมนติกระหว่างตัวละครหญิงสาวนักสำรวจ รับบทโดย ลิลี เจมส์ กับตัวละครที่รับบทโดย จอห์นนี ฟลินน์ ที่สะท้อนภาพชายหนุ่มที่โตมาในยุคสงคราม และในครอบครัวที่การเป็นทหารรับใช้ชาติเป็นเรื่องปกติ ซึ่งส่วนนี้ไม่ได้เชิญชวนให้เราโฟกัสที่ความรักของทั้งคู่ มากเท่ากับจุดยืนในสังคม รวมถึงความคิดความอ่าน ของทั้งสองคาแรกเตอร์ แม้เนื้อหาของ The Dig จะดูเรียบเรื่อย ไม่ได้พูดถึงเรื่องสลักสำคัญอะไรมาก แต่เสน่ห์ของ 4 ตัวละคร รวมถึงตัวละครสมทบ ก็มากพอที่จะทำให้เราติดตามจนจบเรื่องได้แบบไม่กดหยุดเลยล่ะ ถือเป็นหนังคุณภาพที่ดีทั้งบท ทั้งงานภาพ และทั้งการแสดงเลยจริง ๆ
The White Tiger พยัคฆ์ขาวรำพัน
ผู้กำกับ: รามิน บาห์รานี เรื่องโดย: Aravind Adiga บทภาพยนตร์: รามิน บาห์รานี ประพันธ์ดนตรีโดย: Saunder Jurriaans ผู้ผลิต: ปริยังกา โจปรา, รามิน บาห์รานี, Mukul Deora เรื่องย่อ: The White Tiger พยัคฆ์ขาวรำพัน พลราม (อาดาร์ช กอราฟ) คนขับรถสุดทะเยอทะยาน ที่ทำงานให้สองสามีภรรยาเศรษฐีชาวอินเดีย (ปริยังกา โจปรา โจนัส และ ราจคุมมาร์ ราว) ใช้สติปัญญาและเล่ห์เหลี่ยมปลดเปลื้องตัวเองจากความยากจน และผันตัวไปเป็นนักลงทุน เรื่องราวของเด็กฉลาดเฉลียว ชนิดที่เรียกว่า 1 ใน 1,000 ซึ่งไม่ต่างจากโอกาสเกิดของเสือขาว เขาเกิดมาในวรรณะต่ำจากย่านชนบทขาดความเจริญ ถูกให้ออกจากโรงเรียนทั้งที่จะได้ทุนไปเรียนต่อเพราะฐานะทางบ้านยากจน มีเจ้าของที่ดินมาเฟียคอยขูดรีดทุกรูปีของคนในหมู่บ้าน แล้วเงินเล็กน้อยที่เหลือรอดมายังบ้านของพลรามก็ยังถูกธรรมเนียมเรื่องย่าเป็นใหญ่คอยขูดรีดจากสมาชิกในบ้านไปอีก เมื่อไม่มีเงิน ย่าก็ขูดรีดโอกาสของพวกลูกหลานในบ้านแทน เฉกเช่นที่พลรามอดเรียนต้องมาใช้แรงงาน และพี่ชายที่เมื่ออายุถึงก็ถูกบังคับแต่งงานเพื่อเอาสินสอดจากบ้านผู้หญิง การเป็นคนขับรถให้นาย คือโอกาสพ้นชะตากรรมของแรงงานบ้านนอกในความคิดของพลราม การพยายามไต่เต้าเอาชนะโชคชะตาทุกวิถีทางของพลราม (จนบางทีการกระทำเขาก็ดูเทา ๆ) จึงเป็นการต่อสู้กับอุปสรรคของสังคมอินเดีย ทั้งเรื่องวรรณะ ความเชื่อ จารีต และที่สำคัญที่สุดคือความเป็นทาสที่ฝังลึกอยู่ในกมลสันดานของคนจน เช่นเดียวกับที่พลรามเปรียบเปรยว่าหลายครั้งที่คมคาย ทั้งคำพูดที่ว่า อย่าเป็นคนจนในระบบประชาธิปไตย, อินเดียมีแค่ 2 วรรณะคือคนจนกับคนรวย และ คนจนอินเดียเป็นไก่ในกรง ที่ไม่คิดแหกกรงหนี และมีความเป็นทาสที่ยินดีรับใช้นายในทุกโอกาส พลรามเหมือนระเบิดแสนซื่อที่ยังไร้ดินปืน จนกระทั่งเขาถูกกระทำระยำตำบอนจากคนที่เขาให้ใจที่สุดทั้งเจ้านายหัวฝรั่งผู้เมตตา และครอบครัวที่ผูกพันทางสายเลือด นั่นทำให้เขาพูดว่า ตนเองตรัสรู้ หรือรู้แจ้งเห็นชัดแล้วว่า คนจนจะเปลี่ยนวรรณะเป็นคนรวยได้ก็มีเพียง 2 เส้นทาง ไม่อาชญากรรม ก็การเมือง ซึ่งเราจะได้เป็นประจักษ์พยานการเติมดินปืนใส่หัวพลราม ที่สุดท้ายจะกลายเป็นเจ้าพ่อซิลิกอนวัลเลย์แห่งอินเดีย ตามที่ตัวตนเขาในอนาคตได้บอกผู้ชมมาตั้งแต่ต้นเรื่อง
the pool นรก 6 เมตร
“เดย์” (เคน ธีรเดช ) ฝ่ายอาร์ตกองถ่ายโฆษณา ถูกทิ้งให้อยู่โยงเคลียร์สระกระโดดน้ำร้างแต่เพียงลำพังหลังเลิกกอง ด้วยความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งคืน เดย์เผลอหลับบนแพยาง โดยไม่ทันตระหนักว่าเพื่อนร่วมงานคนสุดท้ายที่เพิ่งกลับไป ได้เปิดระบบปล่อยน้ำในสระออกไปแล้ว และเมื่อเดย์รู้สึกตัวอีกที เขาพบว่าระดับน้ำได้ลดลงจนถึงระดับที่ไม่สามารถปีนขึ้นจากสระได้ เดย์พยายามตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไร้เสียงตอบรับใดๆ “ก้อย” (เกรซ รัชย์ณมนทร์ ) แฟนสาวของเดย์ ตั้งใจมาเซอร์ไพรส์เขาที่สระ ด้วยการโดดลงมาหาจากแท่นกระโดด โดยไม่ทันได้สังเกตระดับน้ำ ซึ่งเสียงตะโกนห้ามของเดย์ ทำให้ก้อยเสียจังหวะ พลาดตกลงไปในสระจนได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก ในขณะที่ทั้งคู่กำลังอับจนหนทาง และเฝ้าปลอบใจตัวเองว่า “คงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้อีกแล้ว” จระเข้ตัวเขื่อง ที่มาจากไหน ไม่มีใครรู้ กลับกำลังคืบคลานเข้ามาหาพวกเขาอย่างช้า ๆ นอกจากการเอาชีวิตรอด จากสระลึก 6 เมตร ที่ไม่มีน้ำ ไม่มีบันได และไม่มีทางออกแล้ว บทเริ่มต้นของ “มัจจุราชเงียบ” ที่แท้จริงก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น นี่เป็นการกลับมาหลังจากหายไปนานของทั้งผู้กำกับอย่าง พิง ลำพระเพลิง หลังจากหายไปร่วม 4 ปีหลังจากหนังอย่าง ปอบหน้าปลวก (2557) และนักแสดงนำชายยอดนิยมอย่าง เคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ ที่หายไปจากวงการหนังกว่า 9 ปีหลังจาก รถไฟฟ้า มาหานะเธอ (2552) และเป็นการมาร่วมมือกันครั้งแรกภายใต้ค่ายหนังกล้าทำอย่าง T Moment ซึ่งปีนี้มีหนังลงโรงหลายเรื่องเลยก่อนหน้านี้ก็เพิ่งปล่อย App War แอปชนแอป ที่โดนใจคอหนังไทยคุณภาพกันไปหลายคน มาเรื่องนี้ก็เป็นการยืนยันล่ะว่าค่ายทีโมเม้นท์ นี่เขากล้านำหนังไทยอย่างสร้างสรรค์จริง ๆ หนังเล่าเรื่องได้กระชับแค่ 91 นาที ใส่เหตุการณ์เปลี่ยนแปลง และกระหน่ำซ้ำเติมความซวยให้ตัวละครอย่างไม่ยั้งมือ คือซวยจนเราสงสาร ทั้งที่เราไม่ได้อินกับอาชีพพระเอกหรือเอาใจช่วยคู่รักคู่นี้นักในตอนเริ่ม แต่พอหนังมันเล่นไปเรื่อย ๆ เราก็เกิดสงสารทั้งคู่จับใจเลย คนอะไรมันจะซวยได้เบอร์นี้ ซึ่งไอ้เหล่าสถานการณ์พาซวยทั้งหลายมันก็ผสมปนเปนะ ทั้งที่ดูคิดมาดีฉลาดและรู้สึกเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริง ๆ หรือเป็นเรื่องบังเอิญซวย จนถึงความซวยที่เราต้องอุทานเชี่ยไรมรึงเนี่ยออกมา ซึ่งบางคนอาจไม่ชอบอย่างแรง แต่มองในแง่ความบันเทิง มันได้ลุ้นและได้ฮาในความตลกร้ายของมันอย่างไม่น่าเชื่อนะ ดูให้บันเทิงนี่จะมีความสุขมาก และขอยืนยันว่าตอนท้ายนี่โคตรตลกร้าย สบถกันลั่นโรง เชี่ยยยยย 55555 จากการที่ดูต้องบอกว่านี่คือการแสดงที่น่าชื่นชมแบบทุ่มสุดตัวของเคนจริง ๆ  คงมีพระเอกหน้าหล่อไม่กี่คนหรอกที่จะเล่นสตั้นท์ด้วยตัวเอง ทั้งล้มลุกคลุกคลานถูลู่ถูกังไปกับพื้นกระเบื้องแตก ๆของสระว่ายน้ำ แถมต้องโดนสลิงห้อยเหวี่ยงสะบัดแบบนี้ ทั้งฉากอารมณ์ที่ต้องถ่ายทอดความสิ้นหวัง โดยเฉพาะฉากอารมณ์กับเกรซนี่พลังดีมากทั้งเคนทั้งเกรซเลย เสียดายที่ฉากให้ปล่อยของมีไม่มาก และจะบอกว่าเคนต้องใช้ประสบการณ์การแสดงเพื่อแบกหนังทั้งเรื่องก็ไม่ผิดนัก เพราะทั้งเรื่องมีอยู่ไม่กี่ตัวละคร และก็เป็นการตัดสินใจถูกของค่ายหนังที่ได้เคนมาจริง ๆ ในขณะที่จระเข้ซีจีอาจได้เปรียบในแง่การสื่อสารอารมณ์และฉากสตันท์ต่าง ๆ ที่ทำได้มากกว่า แต่มันทำให้เรารู้สึกเดาทางออกไปหมด เพราะมันเอาความเป็นคนไปใส่ในสัตว์ทั้งอารมณ์ความคิดหลักคิดเหตุผลแบบคนเลย เราเลยรู้ล่วงหน้าไปหมด ตรงนี้คิดว่าทีมหนังคงชั่งข้อดีข้อเสียจนออกมาทางนี้ล่ะ แต่ก็เสียดายนะที่พลังมันลดไปเยอะ อยากให้พี่พิงใช้ของจริงให้หมดซะเลย แล้วใช้ซีจีแค่ที่จำเป็นจริง ๆ ตามความตั้งใจเดิมพอ แต่แบบนั้นหนังอาจบันเทิงน้อยลงล่ะนะ วันที่ออกฉาย: 27 กันยายน 2561 (ประเทศไทย) ผู้กำกับ: พิง ลำพระเพลิง บทภาพยนตร์: พิง ลำพระเพลิง เพลงเด่น: รักกระโดดกำแพง รางวัลที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง: รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ สาขาเทคนิคพิเศษการแต่งหน้ายอดเยี่ยม, เพิ่มเติม
samui song ไม่มีสมุยสําหรับเธอ
ไม่มีสมุยสำหรับเธอ คือหนังเป็นเอก รัตนเรือง ที่เข้าใจง่าย ดูสนุก และเนื้อหาหนังก็ยังสะท้อนสังคมไทยได้เป็นอย่างดี ทำให้เราได้มองเรื่องแย่ๆประหลาดๆในสังคมที่แม้แต่ละดอกจะ ‘หยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ’ แต่กลับเป็นความจริงที่เราจะทนทุกข์กับมันได้อย่างรื่นรมย์ก่อนออกมาเผชิญความเจ็บปวดที่เราชาชินนอกโรงหลังหนังจบอีกครั้ง วันที่ออกฉาย: 30 มกราคม 2561 (ประเทศไทย) ผู้กำกับ: เป็นเอก รัตนเรือง ประพันธ์ดนตรีโดย: โคอิชิ ชิมิสึ รางวัลที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง: รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ สาขาดนตรีประกอบยอดเยี่ยม, เพิ่มเติม ผู้ผลิต: เรย์มอนด์ พันธนวิรางกูร, Rasarin Tanalerttararom, Arunee Srisuk

Showing all 7 results